ตาแห้ง

เขียนและตรวจสอบโดย นพ. วารินทร์ เดชคัมภีร์ · อัปเดตล่าสุด 6 กรกฎาคม 2569

ตาแห้งเกิดเมื่อตาเราสร้างน้ำตาไม่พอ หรือน้ำตาระเหยเร็วเกินไปครับ ทำให้แสบ เคือง ตาล้า พบบ่อยมากทั้งในคนวัยทำงานที่ใช้จอนานๆ และผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ดูแลตัวเองได้ และมีวิธีรักษาถ้าอาการมาก

อาการ

  • แสบตา เคืองเหมือนมีเม็ดทราย
  • ตาแดงเรื่อๆ ตาล้าง่าย
  • มัวเป็นพักๆ กะพริบตาแล้วชัดขึ้น
  • สู้แสงไม่ค่อยได้
  • บางคนน้ำตาไหลมากผิดปกติ — ฟังดูขัดกัน แต่เกิดจากตาแห้งจนระคาย ร่างกายเลยหลั่งน้ำตาออกมาเป็นพักๆ

ทำไมถึงเป็น

  • อายุมากกว่า 50 ปี ต่อมน้ำตาทำงานลดลง
  • เพศหญิง โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือน
  • จ้องจอนานๆ เวลาเพ่งจอเรากะพริบตาน้อยลงมาก น้ำตาเลยระเหยเร็ว
  • ใส่คอนแทคเลนส์
  • ลมแอร์เป่าหน้า อากาศแห้ง ฝุ่นควัน
  • ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ
  • โรคภูมิคุ้มกันบางอย่าง เช่น กลุ่มอาการเชอเกรน
  • ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน ทำให้น้ำตาขาดชั้นไขมัน ระเหยเร็ว

ดูแลตัวเองยังไง

  • น้ำตาเทียม หยอดได้บ่อยตามอาการ ถ้าต้องหยอดเกิน 4 ครั้งต่อวัน เลือกชนิดไม่มีสารกันเสีย (วิธีหยอดตา)
  • กฎ 20-20-20 ทุก 20 นาทีที่ใช้จอ พักมองไกล 20 ฟุต (ราว 6 เมตร) นาน 20 วินาที และเตือนตัวเองให้กะพริบตาบ่อยขึ้น
  • ประคบอุ่นที่เปลือกตาวันละ 5–10 นาที ช่วยให้ต่อมไขมันทำงานดีขึ้น
  • เลี่ยงลมแอร์หรือพัดลมเป่าหน้าโดยตรง
  • ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องแอร์
  • ดื่มน้ำให้พอ นอนให้พอ

การรักษาเมื่ออาการมาก

  • ยาหยอดลดการอักเสบหรือกระตุ้นการสร้างน้ำตา เช่น ไซโคลสปอริน
  • การอุดรูระบายน้ำตา (punctal plug) ให้น้ำตาอยู่ในตานานขึ้น
  • การรักษาต่อมไขมันเปลือกตาที่อุดตัน

เมื่อไรควรไปตรวจ

  • ดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
  • ปวดตา ตามัวลง หรือแพ้แสงมาก
  • ตาแห้งมากร่วมกับปากแห้งมากหรือปวดข้อ (อาจเป็นโรคภูมิคุ้มกัน)

คำแนะนำจากผม

เริ่มจากน้ำตาเทียม พักสายตาตามกฎ 20-20-20 และประคบอุ่นครับ ส่วนใหญ่ดีขึ้นเอง ถ้าทำแล้วไม่ดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ หรือมีปวดตา ตามัว ควรไปให้จักษุแพทย์ตรวจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจโดยแพทย์ครับ — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ