ต้อกระจก

เขียนและตรวจสอบโดย นพ. วารินทร์ เดชคัมภีร์ · อัปเดตล่าสุด 6 กรกฎาคม 2569

ต้อกระจกคือเลนส์แก้วตาในตาเราขุ่นลงตามอายุครับ ทำให้มองเหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง พบได้มากในผู้สูงอายุ และข่าวดีคือรักษาให้กลับมามองชัดได้ด้วยการผ่าตัด

ต้อกระจกคืออะไร

ในตาเรามีเลนส์ใสๆ อยู่ตัวหนึ่ง ทำหน้าที่รวมแสงให้เห็นภาพชัดครับ พออายุมากขึ้น โปรตีนในเลนส์จะค่อยๆ เสื่อมและจับตัวกัน เลนส์เลยขุ่นลง แสงผ่านได้น้อยลง ภาพก็มัวลงเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ต้อกระจกไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ได้เกิดจากการใช้สายตามากเกินไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ

อาการที่พบบ่อย

  • มัวเหมือนมีหมอกหรือฝ้าบัง มองไกลไม่ชัด
  • สู้แสงไม่ได้ เห็นแสงแตกกระจายตอนกลางคืน โดยเฉพาะไฟหน้ารถ
  • เห็นสีจางลงหรืออมเหลือง
  • เห็นภาพซ้อนในตาข้างเดียว (ปิดตาอีกข้างแล้วยังซ้อน)
  • ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยกว่าเดิม

ทำไมถึงเป็น

  • อายุมากขึ้น — สาเหตุหลัก มักเริ่มตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
  • โรคเบาหวาน
  • สูบบุหรี่
  • โดนแดด (รังสียูวี) สะสมเป็นเวลานาน
  • ใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง ทั้งชนิดกินและหยอด
  • เคยได้รับอุบัติเหตุหรือผ่าตัดที่ตามาก่อน
  • พันธุกรรมในครอบครัว

การรักษา

ช่วงแรกที่ยังมัวไม่มาก การเปลี่ยนแว่นให้เหมาะอาจช่วยได้ครับ แต่พอต้อกระจกขุ่นมากขึ้น การผ่าตัดคือวิธีเดียวที่รักษาให้หายได้ วิธีมาตรฐานตอนนี้คือใช้คลื่นเสียงสลายต้อกระจกผ่านแผลเล็กประมาณ 2–3 มิลลิเมตร แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน ใช้เวลาไม่นาน ส่วนใหญ่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

หลายคนถามว่าต้องรอให้ต้อ “สุก” ก่อนไหม — ไม่ต้องรอครับ ควรผ่าเมื่อตามัวจนเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ขับรถ อ่านหนังสือ หรือเดินเหินไม่ปลอดภัย การรอนานเกินไปกลับทำให้ผ่ายากขึ้น

เลนส์แก้วตาเทียมมีแบบไหนบ้าง

  • เลนส์ชัดระยะเดียว (monofocal) — ชัดที่ระยะไกล มองใกล้ต้องใส่แว่นอ่านหนังสือ เป็นเลนส์มาตรฐานที่ใช้มากที่สุด
  • เลนส์ชัดช่วงกว้าง (EDOF) — ชัดตั้งแต่ไกลถึงระยะกลาง เช่น หน้าจอคอม อาจยังต้องใส่แว่นอ่านตัวหนังสือเล็กมาก
  • เลนส์หลายระยะ (multifocal) — ชัดทั้งไกล กลาง ใกล้ ลดการใช้แว่นได้มากที่สุด แต่บางคนอาจเห็นแสงกระจายรอบไฟตอนกลางคืน

เลนส์แต่ละแบบมองต่างกันยังไง ลองเทียบด้วยตาตัวเองได้ที่เครื่องมือจำลอง แล้วค่อยคุยกับจักษุแพทย์ว่าแบบไหนเหมาะกับตาและการใช้ชีวิตของคุณครับ

ลองเครื่องมือจำลองการมองเห็น

🚩 ตามัวแบบนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาล
  • ตามัวลงทันที หรือเร็วมาก ไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไป
  • มัวพร้อมปวดตา ปวดหัว หรืออาเจียน
  • มีม่านดำบังการมองเห็นบางส่วน

คำแนะนำจากผม

ถ้าเริ่มมองไม่ชัดจนขับรถหรืออ่านหนังสือลำบาก ไปตรวจได้เลยครับ ไม่ต้องรอให้ต้อสุก การตรวจต้อกระจกไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน นัดพบจักษุแพทย์ตามปกติได้ แต่ถ้ามัวลงทันทีหรือปวดตารุนแรง อันนั้นต้องรีบไปโรงพยาบาลครับ (ดูอาการอันตราย)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจโดยแพทย์ครับ — ข้อจำกัดความรับผิดชอบ